LGBTQ+ คืออะไร มีอะไรบ้าง เรื่องต่าง ๆ ของชาวสีรุ้ง
1. LGBTQ+ คืออะไร และจัดเป็นโรคหรือรสนิยมกันนะ ?
LGBTQ+ คือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ถือเป็นความชอบที่หลากหลายในด้านบุคคล เฉกเช่นเดียวกับรสนิยมในการชื่นชอบสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจําวันทั่วไป โดยไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งกล่าวโดยรวม คือ เป็นเรื่องของฮอร์โมน สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม พื้นฐานทางสังคม และสิ่งที่ควบคุมพื้นฐานความเห็นมนุษย์ ซึ่งก็คือ พื้นฐานของจิตใจ นั่นเอง
LGBTQ+ ย่อมาจาก
L - Lesbian (เลสเบียน) คือ กลุ่มผู้หญิง ที่รักผู้หญิงด้วยกัน
G - Gay (เกย์) คือ กลุ่มผู้ชาย ที่รักผู้ชายด้วยกัน
B - Bisexual (ไบเซ็กชวล) คือ กลุ่มที่รักได้ทั้งชายและหญิง
T - Transgender (ทรานส์เจนเดอร์) คือ กลุ่มคนข้ามเพศ จากชายเป็นหญิง หรือ จากหญิงเป็นชาย
Q - Queer (เควียร์) คือ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ที่ไม่จำกัดว่าตนเป็นเพศใด ไม่จำกัดว่าชอบเพศไหน เป็นกลุ่มที่มีความรักโดยไม่สนใจกฎเกณฑ์ทางเพศนั่นเอง
และเครื่องหมาย + Plus (พลัส) คือ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศแบบอื่น ๆ
[สามารถกดที่หัวข้อสีของเพศต่าง ๆ เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้]
2. ทำไมสัญลักษณ์ LGBTQ+ จึงเป็นสีรุ้ง
จุดเริ่มต้นมาจากการออกแบบธงสีรุ้งของ Gilbert Baker ศิลปินชาวอเมริกันและนับขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของเกย์ในปี 1978 ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากธงของสหรัฐอเมริกา ในวาระฉลองครบรอบ 200 ปี
ธงสีรุ้งในตอนแรกเริ่มนั้น มีด้วยกันทั้งหมด 8 สี ได้แก่
Hot pink - เรื่องเพศ
สีแดง - ชีวิต
สีส้ม - การเยียวยา
สีเหลือง - แสงอาทิตย์ส่องสว่าง
สีเขียว - ธรรมชาติ
สีเทอร์ควอยซ์ - เวทมนต์
สีน้ำเงินม่วง - ความสามัคคี
สีม่วง - จิตวิญญาณแน่วแน่
แต่ภายหลังได้มีการนำสี Hot pink และ สีเทอร์ควอยซ์ออก เนื่องจากเป็นสีพิเศษ ยากต่อการผลิต แต่ถึงจะมีการลดจำนวนสีลง ความหมายต่าง ๆ ของสีที่เหลือก็ยังคงเดิม
3. การเข้าถึง LGBTQ+ ในปัจจุบัน
เนื่องจากในยุคปัจจุบัน มีอินเทอร์เน็ต และมีการเข้าถึงช่องทางสังคมออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีความคิดเห็นและมุมมองต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึงประเด็นของ LGBTQ+ เช่นกัน อย่างไรก็ถาม ความคิดเห็นเหล่านั้นไม่ได้ตรงกันไปเสียหมด เป็นผลให้เกิดความขัดแย้งและประเด็นต่าง ๆ มากมาย
ในช่วงเวลาที่ LGBTQ+ เริ่มเป็นประเด็นขึ้นมาใหม่ ๆ นั้น ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเปิดรับมากเท่าไหร่นัก ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับการมีบุตรหลาน การเป็นกลุ่มที่ผิดปกติทางเพศ หรือแม้กระทั่งผิดมนุษย์ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป รุ่นของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป ทำให้มีคนออกมาพูดและแสดงความคิดเห็นที่เป็นธรรมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ผู้คนมากมายไม่เห็นด้วยกับการที่มนุษย์สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาจากความคิดของตนเอง และใช้กฎเกณฑ์นั้นในการตัดสินผู้อื่น มีการเรียกร้องสิทธิด้านต่าง ๆ ของ LGBTQ+ หลายครั้ง จนในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วโลกที่การเปิดกว้างและยอมรับมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการประท้วงบนโลกออนไลน์และความเป็นจริง รวมถึงการสนับสนุนจากผู้คนด้วยเช่นกัน
4. แอมเนสตี้มีส่วนร่วมสนับสนุนสิทธิ LGBTQ+ อย่างไรบ้าง
แอมเนสตี้ คือกลุ่มคนที่มุ่งมั่นในการต่อสู้กับการแบ่งแยกกลุ่มคน LGBTQ+ ทั่วโลก แอมเนสตี้ให้คำแนะนำต่อรัฐบาล และผู้นำทรงอิทธิพลเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายและปกป้องสิทธิของทุกคนโดยไม่คำนึงถึง รสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา นั่นทำให้สิทธิของ LGBTQ+ ก้าวหน้าอย่างชัดเจน แต่งานยังไม่จบเพียงเท่านี้ แอมเนสตี้ช่วยนัก กิจกรรมทั่วโลกโดยการผลิตแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นมากมายที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคน LGBTQ+
5. สิทธิทางด้านต่าง ๆ ของ LGBTQ+ ที่ขาดหายไป
บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ มักไม่ได้รับความเท่าเทียมในการใช้ชีวิตประจำวันหรืออื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การสมรส ผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศไม่สามารถสมรสได้ เพราะได้มีการจำกัดให้เพศหญิงแต่งงานกับเพศชายอย่างเดียวเท่านั้น, การรักษา เพราะอาจมีการเหยียดเพศเกิดขึ้น จึงทำให้ LGBTQ+ ได้รับการรักษาที่ไม่เท่าเทียม เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ บาบาททางเพศ หรือ Gender Role เป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังให้ชายหรือหญิง ปฏิบัติเพื่อให้สมกับเพศสภาพ ซึ่งสังคมยังคงมีภาพจำว่า ผู้ที่มีความเป็นชาย ต้องดูแลฝ่ายหญิง ต้องทำงาน ต้องเป็นช้างเท้าหน้า แต่หารู้ไม่ว่า เท้าหน้าของช้างไม่ได้มีเพียงข้างเดียว ไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องทำงาน ไม่ฝช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องได้รับการดูแล แนวคิดภาพจำนี้แทบไม่เปลี่ยนไปพร้อมกับแนวคิดเรื่อง LGBTQ+ เลยแม้แต่น้อย และไม่ใช่เพียงแค่ในเรื่องของ LGBTQ+ เท่านั้น แต่หมายถึงเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลอีกด้วย
6. LGBTQ+ บนหลักของความเป็นจริง
ในปัจจุบันยังมีการพูดถึงส่วนที่กลุ่มคนคบเพศเดียวกันนั้นทำตัวเหมือนคู่รักชายหญิงทั่วไป ซึ่งมาจากการที่มนุษย์ยังคงคุ้นชินกับสัญชาตญาณและสิ่งเร้ารอบตัว ที่ยังคงแบ่งความเป็นชาย-หญิงตามเพศสภาพ และตัวบางคนเองก็เรียกร้องการสนับสนุนอย่างเกินเหตุ แม้จะมีการออกมาปกป้องและสนับสนุน LGBTQ+ จากคนหลายกลุ่ม แต่คงต้องใช้คำว่า การสนับสนุนเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึง LBGTQ+ ทั้งหมด เพราะบางคนยังเพียงแค่หลงไหลไปกับเรื่องแต่งที่ไม่อยู่บนความเป็นจริง และคนบางคนยังพยายามยัดเยียดให้ทุกคนยอมรับ LGBTQ+ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขี้น เรื่องจากการสนับสนุนให้ผู้คนเปิดใจกับ LGBTQ+ นั้น ไม่ได้หมายถึงการยัดเยียดให้ทุกคนยอมรับเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายแล้วทุกคนก็มีความคิดเป็นของตัวเอง แต่แนวคิดนั้นไม่จำเป็นต้องแสดงออกเป็นคำพูดที่ไม่ดี เพียงแค่เคารพซึ่งกันและกันก็เพียงพอแล้ว

เป็นเว็บบล็อกที่ดี แต่ต้องการให้เพิ่มข้อมูลมากกว่านี้อีกสักหน่อย
ตอบลบข้อมูลไม่ค่อยครบถ้วน แต่เรียบเรียงคำพูดได้ดีและเข้าใจง่าย
ตอบลบให้กำลังใจได้ดี รู้สึกได้ถึงความต้องการที่จะสื่อความรู้สึกดีๆที่สนับสนุนจริงๆ
ตอบลบมีข้อมูลบางส่วนที่ยังว่างอยู่ แต่โดยรวมแล้วถือว่าดี
ตอบลบเขียนได้ดี ใช้คำพูดได้น่าอ่าน น่าติดตาม แต่ควรเพิ่มข้อมูลอีกสักหน่อย
ตอบลบเว็บดีมาก รู้อะไรได้เยอะเลย ชอบชอบ
ตอบลบเว็บดี ได้ความรู้ดีๆเยอะมาก ขอบคุณที่สนับสนุน
ตอบลบเว็บดีมากค่ะ เรียบเรียงคำได้ดีอ่านแล้วเข้าใจง่ายค่ะ
ตอบลบได้ความรู้ดีๆค่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่าย น่าติดตามค่ะ
ตอบลบการเรียบเรียงถ้อยคำเข้าใจง่าย น่าอ่านครับ
ตอบลบแนวคิด เปิดกว้างดี ไม่ตีกรอบความเป็นมนุษย์ และไม่ยัดเยียดความคิดส่วนตัวเข้าไป อันจะเป็นการเลือกข้าง ซึ่งเราควรเคารพสภาพทางใจ สภาพทางกายของแต่ละคน
ตอบลบดีมาก เป็นสิ่งหนึ่งที่ชาวโลกได้เปิดกว้างไกล ความรักที่ไม่มีกรีดกลั้นทางเพศ.UN.และ สหภาพยุโรป.EU ,USA ได้ยอมรับและจัดให้เป็นวันสำคัญหนึ่งวันตามหลักสากลนานาชาตืและรับรองธงสีรุ่งเป็นธงประจำ
ตอบลบดีมากคะ เรียบเรียงและใช้คำเพื่อสื่อให้ให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย และให้ความรู้สึกดี เก่งมากคะ
ตอบลบเว็บนี้ดี อ่านแล้วเข้าใจง่าย ทำให้รู้ว่า LGBTQ+ มากขึ้นเยอะเลย
ตอบลบเข้าใจง่ายดี จัดเรียงเนื้อหาย่อเข้าใจง่ายมากขึ้น
ตอบลบเขียนได้ดีครับ
ตอบลบ